วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ

245208 1 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 1

ตอนที่ 1 ปฐมบท

ภาพถ่ายสินค้านั้น ก็นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของร้านค้าออนไลน์หลายๆคนมองข้ามไป ซึ่งโดยแท้จริงแล้วภาพสินค้านั้น ถือว่าเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ อาจจะด้วยเหตุผลต่างๆหลายอย่าง เช่น
  1. ภาพที่สวยงามจะช่วยดึงดูดผู้ที่เข้าชมหน้าเว็บร้านค้าให้ดูสินค้าในชิ้นถัดๆไปได้
  2. ภาพสินค้าสามารถแสดงรายละเอียดแต่ละด้านแต่ละมุมของสินค้าได้ดี
  3. ภาพสินค้าที่ดีสามารถเสริมจุดเด่น และลดจุดด้อยของสินค้าได้
  4. เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ดูเป็นมืออาชีพ และความน่าเชื่อถือ
หลายๆคนคงอาจจะคิดว่าการถ่ายภาพให้ดูเป็นมืออาชีพนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ต้องมีกล้องแพงๆ อุปกรณ์จัดแสงจัดไฟแพงๆ ดูเป็นงานที่วุ่นวายซับซ้อนเหลือเกิน (เหมือนอย่างภาพข้างต้น ^^” ) … ก็ไม่แปลกครับที่จะคิด
เช่นนั้น (อ้าว) .. แต่เอาเป็นว่าเราลองมาลบภาพความคิดเดิมๆความรู้สึกเดิมๆที่เกี่ยวกับความ วุ่นๆวายๆแบบนั้นกันก่อนดีกว่าครับ เพราะวันนี้ผมจะมาแนะนำมีแอ๊บโดมิไนซ์เซอร์ที่จะช่วยให้การ
ถ่ายภาพของคุณนั้นเป็นงานที่ง่ายและสนุกขึ้นมากมายเลยทีเดียว ว่าแล้วก็ลองมาดูภาพตัวอย่างกันก่อนเลยดีกว่าครับ
~ สมมุติว่า วันนี้ผมอยากจะขายที่วางคลิปที่เป็นรูป เจ้าหมี Rilak Kuma นะครับ หากลอง Search หาสินค้าตัวนี้ใน internet คุณก็อาจจะพบกับร้านบางร้านที่ถ่ายรูปสินค้าออกมาได้ลักษณะนี้ครับ ….

2013 07 16 17.24.12 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 1

รูปที่ 1 : สินค้าจากร้านที่ยังไม่ได้อ่านบทความ “DIY ถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ”
แต่หากคุณได้เจอสินค้าในร้านที่ได้อ่านบทความ “DIY  การถ่ายภาพสินค้าฯ” ซีรี่ส์นี้ไปแล้วล่ะก็ คุณก็อาจจะได้พบกับรูปภาพสินค้าที่สวยงาามเช่นนี้ครับ 5555+..

NIK 6786 3 resize 2 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 1

รูปที่ 2 : สินค้าจากร้านที่อ่านบทความ “DIY การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ”
เป็นอย่างไรบ้างครับ เห็นความแตกต่างของ 2 ภาพกันมากน้อยขนาดไหนครับ รูป ที่ 2 นั้น คือภาพถ่ายสินค้าตัวอย่างที่เกิดจากการ DIY สตูดิโอถ่ายภาพโดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆที่หาได้จากในบ้านและข้างบ้าน(กรณีของใน บ้านไม่มีครับ (ตึ่งโป๊ะ -*-) ) โดยในบทความ DIY ซีรี่ส์นี้ ผมก็จะพยายามเน้นที่การประยุกต์และดัดแปลงสิ่งของรอบตัวของเราเพื่อใช้เป็น อุปกรณ์ในการถ่ายภาพเพื่อความสวยงามและประหยัดสตางค์ในกระเป๋านะครับ
ในตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของ “การเตรียมอุปกรณ์เพื่อใช้ในการถ่ายภาพ”
หากสนใจติดตามอ่านต่อได้ใน Part 2 เลยครับ

 

product photography lightingpictures D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  2

 

ตอนที่ 2 เตรียมอุปกรณ์

มาเริ่มต้นในขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์กันเลยดีกว่าครับ อย่างแรกเลยที่เราะจะต้องคิดถึงนั่นก็คือ แล้วจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ผมจึงขออนุญาต List มาเป็นข้อๆดังนี้เลยละกันนะครับ
1. สินค้า : คือสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการจะขาย ซึ่งในที่นี้ผมจะใช้เป็นครอบครัวเจ้า Rilak kuma นะครับ ^^




NIK 7323 resize1 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  2

2. ฉาก หรือ Background เช่น กระดาษาแข็ง(ขาว/ดำ/อื่นๆ) ผ้าสีต่างๆ หรือจะเป็นการนำสินค้าไปถ่ายยังสถานที่ต่างๆ ตามแต่เราจะต้องการ โดยในส่วนของฉากที่จะถ่ายสินค้านั้น ก็ควรจะคำนึงถึงเรื่อง Theme ในการจัดและตกแต่งร้านค้าออนไลน์ของเราด้วยครับ โดยในที่นี้ผมจะใช้เป็นกระดาษสีนะครับ

NIK 7326 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  2

3. โคมไฟ : ในหลายๆครั้งการถ่ายภาพในสถานที่ๆไม่เอื้ออำนวยในเรื่องของสภาพและทิศทางของ แสง ซึ่งทำให้ลายละเอียดและภาพสินค้าโดยรวมออกมาดูไม่ดี ดังนั้นการใช้ “โคมไฟบ้าน” นี่แหละครับ ที่จะสามารถช่วยท่านได้ ซึ่งอาจจะต้องใช้หลายๆอันหน่อย ถ้าบ้านเราไม่พอก็อาจจะต้องไปยืมบ้านคนอื่นมาเพิ่มนะครับ (ฮาา.า..าา…นะ)

NIK 7322 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  2

4. กล้องถ่ายรูป : อันนี้ตามแต่จะสะดวกเลยครับ แต่ถ้าจะให้ดีก็ขอแนะนำให้เป็นกล้อง DSLR หรือกล้องที่สามารถใช้งานในโหมด Manual ได้ จะช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นและประหยัดเวลาด้วยครับ

camera D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  2

5. โปรแกรมตกแต่งภาพ เช่น Photoshop เป็นต้น ใช้สำหรับตกแต่งแก้ไขภาพถ่ายที่บางจุดบางส่วนอาจจะไม่โดนใจคุณเท่าไหร่ และยังสามารถใช้ทำน้ำลาย เอ๊ย! ลายน้ำได้อีกด้วยครับ (รู้สึกภูมิใจกับมุขนี้ ^w^)

tofu resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  2

การจัดเตรียมอุปกรณ์แบบคร่าวๆก็ประมาณนี้แหละครับ ส่วนใครจะมี prop หรือมี options อีกในการถ่ายหรือการตกแต่งก็ตามแต่จะสร้างสรรค์และจินตนาการไปได้เลยครับ
ในตอนต่อไปเราจะมารู้จักการจัดแสงเพื่อให้ได้ภาพสวยกันเลยนะครับ

 

5 tips photo studio D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

ตอนที่ 3 การจัดแสง – ภาคทฤษฎี

ในการถ่ายภาพ “สภาพแสง” นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างแรกๆเลยก็ว่าได้ครับ เพราะหากสภาพแสงไม่เอื้ออำนวย คุณภาพของภาพที่ถ่ายได้ก็อาจจะไม่ดีไม่โดนเท่าที่ควร ซึ่งจะส่งผลต่อ
ความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อสินค้าของเราด้วยเช่นกัน ผมจะลองยกตัวอย่างภาพ 2 ภาพให้ดูนะครับ เป็น 2 ภาพที่ถ่ายสินค้าชนิดเดียวกัน แต่อยู่กันคนละสภาวะแสง ภาพที่ออกมาจะให้ความ
รู้สึกอย่างไรบ้าง ลองดูภาพทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ



2 bear D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

สังเกตเห็นมั้ยครับว่า ภาพซ้ายและภาพขวานั้นเป็นภาพหมีเหมือนกัน แต่ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน ภาพหมีทางด้านขวานั้นเป็นภาพที่ดูแล้วสบาย รู้สึกอบอุ่น อยากกอด อยากสัมผัส ต่างกับหมีตัวขวาที่ดูแล้วหม่นหมอง น่าสงสาร  ..นี่แหละครับ คืออิทธิพลของ “สภาพแสง” ที่แตกต่างกันนั่นเอง
ดังนั้นก่อนที่เราจะไป Workshop กันในตอนถัดไป ในตอนนี้เราจะมาศึกษาเรื่องการจัดแสงกันก่อนนะครับ
3.1 ทฤษฎีแสง : เพื่อความไม่น่าเบื่อ ผมจะพยายามอธิบายสั้นๆแบบเนื้อๆประเภทที่จำและนำไปประยุกต์ใช้กันเลยนะครับ
  • ขนาดของแหล่งกำเนิดแสง มีผลต่อความนุ่มของแสงที่ต่างกันดังรูป 1.1 (ในกรณีที่วัตถุมีขนาดเท่ากัน)

source D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

รูปที่ 1 ขนาดของแหล่งกำเนิดแสงต่อความนุ่มของแสง(เงา)
  • ระยะห่างของแหล่งกำเนิดแสงกับวัตถุ มีผลต่อเงามืดและเงามัวของวัตถุ (ในกรณีที่ระยะวัตถุกับฉากมีระยะเท่ากัน)

rang D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

รูปที่ 2 ระยะห่างของแหล่งกำเนิดแสงต่อความนุ่มของแสง(เงา)
  • เมื่อแหล่งกำเนิดแสงทะลุผ่านสิ่งกีดขวางชนิดโปร่งแสง จะเกิดการกระเจิงแสงทางด้านหลัง ทำให้แสงที่ได้จากทางด้านหลังสิ่งกีดขวางชนิดโปร่งแสงมีความนุ่มขึ้น เช่น การนำกระดาษไขมากั้นระหว่างแสงกับแบบที่จะถ่าย เป็นต้น
through D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

รูปที่ 3 : แสงนุ่มที่เกิดจากการกระเจิงหลังสิ่งกีดขวางชนิดโปร่งแสง
  • เมื่อแหล่งกำเนิดแสงมีการตกกระทบบนวัตถุผิวมันเงาจะเกิดการสะท้อนแสง แข็งกลับไป (เช่น กระจก) แต่หากแสงมีการตกกระทบไปบนวัตถุผิวด้านแสงที่สะท้อนออกมาจะเป็นแสงที่ กระเจิงมากขึ้นทำให้ได้แสงสะท้อนที่นุ่มขึ้น (เช่น แผ่นกระดาษสีขาว)

reflect D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

รูปที่ 4 : การกระเจิงของแสงบนวัตถุฟิวสะท้อนที่ต่างกัน
3.2 รูปแบบการจัดแสง
ในการจัดแสงนั้น อันที่จริงมันเป็นศาสตร์ที่ไม่มีการตายตัวเท่าไหร่ครับ เพราะมันคือการแก้ไขสภาพแสงที่มันเกิดขึ้นในที่ใดๆมากกว่า  หรือในบางครั้งอารมณ์หรือรูปแบบของภาพถ่ายที่เราต้องการ ก็ทำให้การจัดแสงที่ได้มีความแตกต่างกันออกไปไม่เหมือนกันครับ ดังนั้นในการแนะนำรูปแบบการจัดแสงนี้ ผมจะเพียงแค่ยกตัวอย่างหลักของการจัดแสงที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันนะครับ
  • 2 Lights System คือการใช้แสง 2 ทาง ซึ่งจะช่วยทำให้การเกิดเงาทางด้านใดด้านหนึ่งนั้นน้อยลง ภาพดูมีมิติขึ้นกว่าการใช้แสงทางเดียว


3 Light D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

  • 3 Lights System การใช้แสง 3 ทางจะช่วยให้รายละเอียดในบางจุดของภาพนั้นมีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น รายละเอียดในมุมบางจุดถูกเปิดขึ้นโดยแสงหลายๆทาง ภาพดูสว่างแบบมีมิติมากขึ้น

3 Light 2 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part  3

จากตัวอย่างข้างต้น หลายๆคนอาจจะสงสัยครับว่า แล้วเราควรจะเลือกใช้แสงไฟกี่ดวงในการถ่ายภาพสินค้าดี? …ซึ่งอันที่จริงแล้ว อย่างที่บอกครับ ว่ามันไม่มีกฎตายตัวจริงๆ เพราะบางครั้งเราอาจจะมีการปรับเพิ่ม/ลดเพื่อให้ได้เพียงภาพที่เราต้องการ ครับ ดังนั้นใน part ถัดไปผมจะมาพูดถึงวิธีการนำไปใช้กันจริงๆจังๆกันเลย ติดตามในตอนต่อไปซึ่งเป็น HightLight ของ Series บทความนี้ได้เลยครับ ^_^

 

Product and advertising photography studio D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

ตอนที่ 4 Workshop – ภาคปฏิบัติ

เมื่อเราเตรียมความรู้และความพร้อมกันในตอนที่ 1-3 ไปแล้ว มาในตอนนี้เราก็จะได้เริ่มการถ่ายภาพจริงๆจังกันซะทีนะครับ (Yeahh..h.hhh!!)  ซึ่งผมเองก็จะพยายามทำให้ดูเป็นตัวอย่างแบบ step by step เพื่อที่ทุกคนจะได้มองเห็นเป็นไอเดียสำหรับ
การนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าของตัวเองตามความเหมาะสมเน้อ .. :D
เอาล่ะครับจะเริ่มจาก เบสิคๆกันก่อนเลยละกันครับ ..
Step 1 : ตั้งฉาก!! (คือหมายถึงฉากจริงๆน่ะครับ) โดยใช้อุปกรณ์ที่เตรียมไว้แล้วนั่นก็คือกระดาษแข็งสีขาว ฟิวเจอร์บอร์ด และคลิป จัดเป็นลักษณะดังรูปครับ

NIK 7330 resize1 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

Step 2 : จัดวางสินค้า จัดท่า จัดท่าจัดทางเพื่อให้สินค้าเราดูดีที่สุดเท่าที่จะดูดีได้เลยนะครับ ^^

NIK 7344 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

Step 3 : เลือกถ่ายภาพในมุมดีได้ภาพที่ดูดี เห็นองค์ประกอบและลายละเอียดของสินค้าครบตามความสมควรครับ เอ้า แช๊ะ

NIK 7339 resize1 D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

คราวนี้ใน Step ถัดไปผมจะเริ่มลองเซทระบบแสงในรูปแบบต่างๆโดยใช้โคมไฟอ่านหนังสือนะครับ ว่าภาพที่ได้จะออกมาเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
Step 4 : One Light Setup (แสงทางเดียว) คราวนี้ผมจะลองใช้หลอดไฟ 1 ดวง ในทิศทางต่างๆนะครับ ดูซิว่าจะได้ภาพออกมาเป็นอย่างไร

onelight 1 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 1 : แสงทางเดียว เยื้องจากทางด้านหลัง

onelight 2 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 2 : แสงทางเดียว เยื้องจากทางด้านหน้า

onelight 3 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 3 : แสงทางเดียว เยื้องจากทางด้านบน
Step 5 : Two Light Setup (แสง 2 ทาง) ทีนี้ลองมาดูแสง 2 ทางกันบ้างนะครับ สามารถจัดทิศทางแสงได้หลายแบบเลยครับ ผมจะลองคร่าวๆ 3 ก่อนนะครับ ที่เหลือลองไปทำดูเอง

twolight 01 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 4 : แสง 2 ทาง เยื้องจากทางด้านหน้า

twolight 02 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 5 : แสง 2 ทาง เยื้องจากทางด้านหลังแล้วหน้า ในทิศทางตรงกันข้าม

twolight 03 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 6 : แสง 2 ทาง เยื้องจากทางด้านหน้าและด้านบน
Step 6 : Three Light Setup (แสง 3 ทาง) การจัดแสงโดยใช้วิธีแสง 3 ทาง วิธีนี้ผมชอบสุดแล้วครับ เพราะรู้สึกว่ามันดูจะเหมาะสมในหลายๆสถานการณ์ซะเหลือเกิน อ่ะลองมาดูกันนะครับว่าจะเป็นอย่างไร

threelight 1 resize D.I.Y. การถ่ายภาพสินค้าให้สวยงามอย่างมืออาชีพ Part 4

รูปที่ 7 : แสง 3 ทาง เยื้องจากทางด้านหน้า 2 ด้านและทางด้านหลัง 1 ด้าน
…ภาพสินค้าที่ได้ทดลองถ่ายทั้งหมดนั้น ผมตั้งใจให้ดูไฟล์ดิบๆแบบชนิดที่ว่ายังไม่ต้องปรับแสงสีเสียงอะไรทั้งสิ้น เลยนะครับ เพื่อที่จะได้เปรียบเทียบกับชัดๆว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรยังไงบ้างนะครับ
เอาล่ะครับ ทั้งหมดนี้ที่ผมตั้งใจเขียนมาทั้ง 4 ภาค 4 ตอน ก็เพียงแค่อยากจะจุดประกายไอเดียเรื่องของการถ่ายภาพสินค้าให้กับทุกๆคนดู น่ะครับ อยากให้ลองทำกันดู แล้วได้ยังไงก็เอามาโชว์กันบ้าง หรือมีปัญหาหรือข้อสงสัยประการใดก็สามารถสอบถามกันได้ครับ ขอให้ทุกๆท่านสนุกกับการถ่ายภาพสินค้าสุดเลิฟของทุกคนนะครับ ร่ำๆรวยๆเด้อออออ ^_^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น